วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

วุฒิทางลูกเสือ ที่ได้รับจากการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ


วุฒิทางลูกเสือ  ที่ได้รับจากการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ

           1. ขั้นความรู้ทั่วไป (General Information Course) ระยะเวลาอบรม 1 วัน  ได้รับวุฒิบัตร ไม่แยกประเภท ไม่มีตัวอักษรย่อ 
           2.  ขั้นความรู้เบื้องต้น  ระยะเวลาอบรม  3 วัน  2 คืน  ได้รับวุฒิบัตร  และห่วงกิลเวลล์ (Gillwell Woggle)  หากอบรมก่อนปี พ.ศ. 2522  ใช้ตัวอักษรย่อ  P.T.C.  ในปัจจุบัน  ใช้ตัวอักษรย่อ  B.T.C. (Basic Unit Leader Training Course) แยกเป็น  4 ประเภท  คือ 
  • ผู้กำกับลูกเสือสำรอง  C.B.T.C. 
  • ผู้กำกับลูกเสือสามัญ  S.B.T.C. 
  • ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่  S.S.B.T.C. 
  • ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ  R.B.T.C. 
           3.  ขั้นความรู้ชั้นสูง  ระยะเวลาอบรม  7วัน 6 คืน  หรือ  8 วัน 7 คืน  ได้รับวุฒิบัตร ใช้ตัวอักษรย่อ  A.T.C. (Advance Unit Leader Training Course) แยกเป็น  4 ประเภท (ยังไม่ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 2 ท่อน  และผ้าผูกคอกิลเวลล์) คือ 
  • ผู้กำกับลูกเสือสำรอง  C.A.T.C. 
  • ผู้กำกับลูกเสือสามัญ  S.A.T.C. 
  • ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่  S.S.A.T.C. 
  • ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ  R.A.T.C.                                                
          4.  ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 2 ท่อน  โดยปฏิบัติงานในกองลูกเสือตามประเภทที่ผ่านการฝึกอบรมขั้นความรู้ชั้นสูง  ไม่น้อยกว่า 4 เดือน  ไม่เกิน 2 ปี  และผ่านการตรวจขั้นที่ 5 ขั้นปฏิบัติการและประเมินผล  จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก็จะได้รับวุฒิบัตรให้มีสิทธิ์ประดับเครื่องหมายวูดแบดจ์  2 ท่อน  มีสิทธิ์ใช้ผ้าผูกคอกิลเวลล์  ใช้ตัวอักษรย่อ  W.B.  แยกเป็น  4 ประเภท  คือ 
  • ผู้กำกับลูกเสือสำรอง  C.W.B.  
  • ผู้กำกับลูกเสือสามัญ S.W.B.   
  • ผู้กำกับลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ S.S.W.B.   
  • ผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ R.W.B. 
           5.  การฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ  ขั้นผู้ช่วยผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ  ระยะเวลาอบรม 7 วัน  6 คืน  ได้รับวุฒิบัตร  ไม่แยกประเภท  ใช้ตัวอักษรย่อ  A.L.T.C. (Assistance Leader Trainers Course)  (ยังไม่ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 3 ท่อน)    
หมายเหตุ   A.L.T.C./A.L.T.( สำเร็จการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยผู้ให้การฝึกอบรม - กรณีจะไปเป็นวิทยากร/ผู้อำนวยการฝึกขั้น B.T.C.)

         6.  ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 3 ท่อน  หลังจากฝึกอบรม ไม่น้อยกว่า 1 ปี  มีผลงานเป็นวิทยากรฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ  6 ครั้ง  อนุโลมให้ใช้ผลงานการฝึกอบรมลูกเสือได้  3 ครั้ง  นำเสนอผลการปฏิบัติงาน ได้รับวุฒิบัตรให้มีสิทธิ์ประดับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 3 ท่อน  ใช้ตัวอักษรย่อ  A.L.T.
         7.  การฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ขั้นหัวหน้าผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ  อบรม 7 วัน  6 คืน  ได้รับวุฒิบัตร  ไม่แยกประเภท  ใช้ตัวอักษรย่อ  L.T.C. (Leader Trainers Course) (ยังไม่ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 4 ท่อน)
หมายเหตุ  L.T.C./L.T. (สำเร็จการอบรมหลักสูตรผู้ให้การฝึกอบรม - กรณีจะไปเป็นวิทยากร/ ผู้อำนวยการฝึกอบรมทุกหลักสูตร)     
         8.  ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 4 ท่อน  หลังจากฝึกอบรม ไม่น้อยกว่า 1 ปี  มีผลงานเป็นผู้อำนวยการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือขั้นความรู้เบื้องต้น  2 ครั้ง  และเป็นวิทยากรฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือขั้นความรู้ชั้นสูง  4 ครั้ง  นำเสนอผลการปฏิบัติงาน ได้รับวุฒิบัตรให้มีสิทธิ์ประดับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 4 ท่อน  ใช้ตัวอักษรย่อ  L.T.
         9. สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นผู้นำสนใจและส่งเสริมกิจการลูกเสือ (หลักสูตรผู้นำ Adult Lesder Training Course) ได้รับวุฒิบัตร ผ่านการสอบสัมถาษณ์ ได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ ๒ ท่อน ( W.B )
       วุฒิที่มีการอบรมมีเท่านี้ นอกจากนั้นก็เป็นวิชาพิเศษอื่นๆ เช่น ระเบียบแถว บุกเบิก แผนที่-เข็มทิศ การจัดการค่าย การบันเทิง ซึ่งจะมีเข็มแสดงวิทยฐานะตามประเภท

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันที่ ภาษาอังกฤษ

0    zero, nought      
1    one    1st    first
2    two    2nd    second
3    three    3rd    third
4    four    4th    fourth
5    five    5th    fifth
6    six    6th    sixth
7    seven    7th    seventh
8    eight    8th    eighth
9    nine    9th    ninth
10    ten    10th    tenth
11    eleven    11th    eleventh
12    twelve    12th    twelfth
13    thirteen    13th    thirteenth
14    fourteen    14th    fourteenth
15    fifteen    15th    fifteenth
16    sixteen    16th    sixteenth
17    seventeen    17th    seventeenth
18    eighteen    18th    eighteenth
19    nineteen    19th    nineteenth
20    twenty    20th    twentieth
21    twenty-one    21st    twenty-first
22    twenty-two    22nd    twenty-second
23    twenty-three    23rd    twenty-third
24    twenty-four    24th    twenty-fourth
30    thirty    30th    thirtieth
31    thirty-one    31st    thirty-first
40    forty    40th    fortieth
50    fifty    50th    fiftieth
60    sixty    60th    sixtieth
70    seventy    70th    seventieth
80    eighty    80th    eightieth
90    ninety    90th    ninetieth
100    hundred    100th    hundredth
101    hundred and one    101st    hundred and first
152    hundred and fifty-two    152nd    hundred and fifty-second
200    two hundred    200th    two hundredth
1,000    thousand    1,000th    thousandth
1,000,000    million    1,000,000th    millionth
1,000,000,000    billion    1,000,000,000th    billionth

credit จาก - englishclub

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเรียนการสอบแบบ EIS

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หลักการของการเขียนแผนที่ความคิด Mind Map


การเขียนแผนที่ความคิด (Mind Map®) มีหลักการสำคัญที่จะต้องยึด เพื่อให้ได้ผลงาน แผนที่ความคิดที่มีความถูกต้องและ ง่ายในการอ่าน รวมทั้งการนำไปใช้ นำไปสื่อสาร เช่น การนำไปใช้ในการนำเสนอต่อที่ประชุม หากการเขียนแผนที่ควาคิดแบบไม่มีหลักการ ก็ย่อม จะทำให้ก่อ ปัญหาให้กับผู้รับฟัง หรือสื่อสารกับท่านได้
       มีหลายคนรู้เรื่องของ Mind Map® เพียงผิวเผินแล้วก็ไม่ได้ใช้งาน เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นก่อนจะนำ Mind Map® ไปใใช้งาน เรามาทำความรู้จักหลักการของการเขียนแผนที่ความคิดกันก่อน

1. Start in the centre with an image of the topic, using at least 3 colours. เริ่มต้นจากบริเวณ กลางหน้ากระดาษ ใช้ปากกาสีอย่างน้อย 3 สีที่แตกต่างกัน
2. Use images, symbols, codes and dimensions throughout your Mind Map. ใช้ภาพประกอบ หรือสัญญลักษณ์ หรือรหัสให้กับแขนงความคิด ตลอดทั่วทั้ง Mind Map ถ้าสามารถใช้ได้ เช่น ใช้ภาพแทนข้อความ

3. Select key words and print using upper or lower case letters.
เลือกคำสั้นๆ สำคัญ แทนข้อความยาวๆ เช่น คำว่า การศึกษา การเรียน งาน แทนข้อความยาวๆ ในแขนงความคิด

4. Each word word/image must be alone and sitting on its own line.
คำหรือรูปภาพรวมทั้งข้อความจะต้องอยู่บนเส้นแขนงความคิด บนเส้นแต่ละเส้น แต่ละคำ อย่าเขียนไว้ปลายเส้น เพราะจะคล้ายกับความคิดสิ้นสุด

5. The lines must be connected, starting from the central image. The central lines are thicker, organic and flowing, becoming thinner as they radiate out from the centre. เส้นแต่ละเส้นจะต้องเชือมโยงออกจากแกนกลาง และแตกออกไปจากแขนงความคิด โดยเส้นที่อยู่ด้านในจะหนากว่า เส้นที่อยู่รอบ นอก จะบางลงไปเรื่อยๆ


6. Make the lines the same length as the word/image.
เส้นที่ลากออกไปจะมีความยาวเท่ากับคำหรือข้อความหรือรูปภาพของแต่ละแขนงความคิด

7. Use colours – your own code – throughout the Mind Map.
ใช้สีกำหนดความสำคัญหรือการเน้นข้อความตามลีลาของแต่ละคนที่เขียนแผนที่ความคิด

8. Develop your own personal style of Mind Mapping.
เขียนแผนที่ความคิดในแบบของแต่ละคน ที่มีลีลา หรือศิลปะ ที่แตกต่างกัน ลอกแบบกันไม่ได้ 

9. Use emphasis and show associations in your Mind Map.
เน้นคำสำคัญหรือการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของแขนงความคิดที่เกี่ยวเนื่องกันและกัน

10. Keep the Mind Map clear by using Radiant hierarchy, numerical order or outlines to embrace your branches.
เพื่อให้แผนที่ความคิดสวยงาม อ่านง่ายเป็นระเบียบ ให้แตกแขนงแบบรัศมีออกจากตรงกลาง ไปรอบๆ อาจจะใช้ตัวเลขกำกับหรือใช้สีกำหนดลำดับวงรอบ ของการเขียนแขนงความคิด

Credit      prachasan.com

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

คีย์ลัด windows 8

Win + Print Screen – จับภาพหน้าจอและบันทึกไฟล์เป็นนามสกุล .png ให็โดยอัติโนมัติ (กดคีย์นี้เสร็จแล้วเข้าไปดูโฟลเดอร์ Pictures ใน Libraries ก็จะพบไล์รูปถูกสร้างไว้ให้โดยอัตโนมัติ)
Win + C – เปิด Charms Bar (แถบแมนูหลักทางขวา)
Win + Tab – ใช้สลับหน้าต่างการทำงานโปรแกรมต่างๆ ที่กำลังเปิดเอาไว้
Win + Q – เปิดหน้าต่างค้นหา Apps ทั้หมดใน Windows 8
Win + W – ค้นหา (Search) ใน System Settings
Win + F – ค้นหา (Search) ใน Files
Win + Z – เปิด Options หรือตัวเลือกการตั้งค่าต่างๆ ของ Metro Apps (สามารถคลิกขวาที่เมาส์เพื่อแสดง Options ได้เช่นกัน)
Win + I – เปิด Settings Menu
Win + P – เปิดหน้าจอการแสดงผลที่สองหรือการตั้งค่าในสวนของ Projector (เป็นฟังก์ชันพิเศษสำหรับการใช้งานสองหน้าจอพร้อมกัน)
Win + H – เปิด Share Settings Pane (รายชื่อของ Apps ที่เกี่ยวข้องที่เราสามารถแชร์ไปที่ต่างๆ ได้จะแสดงขึ้นมา)
Win + K – เปิด Devices Settings Pane (ตัวเลือกหรือรายชื่อที่แสดงจะมีเฉพาะอุปกรณ์ที่เราเชื่อมต่อไว้แล้วเท่านั้น)
Win + X – เปิดเมนู System Utility Settings ซึ่งจะปรากฎขึ้นมาบริเวณมุมล่างซ้ายของหน้าจอ
Win + T – Preview หน้าต่างที่เปิดเอาไว้ใน Taskbar
Win + U – เปิด Ease of Access Center
Win + E – เปิด Windows Explorer
Win + R – เปิด Run Dialogue Box
Win + Pause – เปิด System Properties Window
Win + Enter – เปิด Windows Narrator
Win + Shift + . – Snap Application to Right Side (Toggles between Right side, Left side and Full Screen)
Win + . – Snap Application to Left Side
Win + , – Peek at Desktop (Aero Peek)
Win + D – แสดงหน้าจอ Desktop
Win + M – ย่อหน้าต่างของ Application ต่างๆ ลงให้หมด
Win + B – กลับสู่หน้าจอ Desktop (ใช้เวลาที่เรารัน Metro Apps อยู่แล้วจะกลับมาที่หน้าจอ Dsktop ปกติ)
Win + J – Switches focus between snapped Metro applications
Win + L – มาหน้าจอ Lock Screen
Win + Page Up/ Page Down – Switch Primary & Secondary Monitors (Dual Display)
Ctrl + Mouse Scroll (ใน Start Screen) – Tile Zoom Toggle คือทำการซูมเข้าออกในหน้าต่างแรกของหน้า Metro
Ctrl + Mouse Scroll (ใน Desktop) – เปลี่ยนขนาดการแสดงผลของไอคอน
Ctrl + Shift+ N – สร้างโฟลเดอร์ใหม่

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

เผยแพร่ผลงานวิชาการเรื่องรายงานการสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4


ชื่อเรื่อง         รายงานการสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน
                     ตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้รายงาน       นางขวัญยืน อธิศิริกุล
ตำแหน่ง         ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานศึกษา    โรงเรียนคำเพิ่มพิทยา
สังกัด            สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต
23
ปีที่พิมพ์         2556

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า (1) เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพ 75/75 และค่าดัชนีประสิทธิผล มากกว่าร้อยละ 50   (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนคำเพิ่มพิทยา ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ (1) แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 จำนวน 10 ชุด (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ
(3) แบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานการศึกษาค้นคว้าด้วย t-test dependent




ผลการศึกษาพบว่า
1.  แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 78.55/75.42 และค่า
ดัชนีประสิทธิผล มากกว่าร้อยละ 50
2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่ามีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.  ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก







เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เรื่องการสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


ชื่อเรื่อง         การสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษ
                   เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน       นายประภาษ สมยาภักดี
ตำแหน่ง        ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
ถานศึกษา      โรงเรียนคำเพิ่มพิทยา
สังกัด            สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23
ปีที่พิมพ์         2556

บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า (1) เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะ
เพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 ให้มีประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์
80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลมากกว่าร้อยละ 50 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนคำเพิ่มพิทยา ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ (1) แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 เล่ม
(2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ
4 ตัวเลือก จำนนวน 30 ข้อ (3) แบบวัดความพึงพอใจ
ที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานการศึกษาค้นคว้าด้วย t-test
dependent


ผลการศึกษาพบว่า
          1. แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่
3 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.04/80.17 และค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเท่ากับ 0.6648 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 66.48
          2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่เรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
          3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะเพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ความพึงพอใจ
อยู่ในระดับ มาก